ฉลองครบรอบ 30 ปีแห่งนวัตกรรม

สารจากคณะกรรมการ

ในขณะที่โลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุค Internet of Things (IoT) แต่หลายคนยังคงสงสัยและไม่แน่ใจว่า IoT เป็นสิ่งที่เป็นไปได้และสามารถเข้ามามีอิทธิพลในชีวิตประจำวันของเราได้จริงเพียงใด แต่ในความเป็นจริงแล้ว IoT ได้เข้ามาอยู่ในชีวิตประจำวันของเราในแง่มุมต่าง ๆ แล้ว หลายๆ บริษัทในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ได้มีการเตรียมความพร้อมเพื่อการรองรับ IoT มานานแล้ว รวมทั้งบริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) และกลุ่มบริษัทเดลต้าก็เช่นกัน ที่สามารถสร้างโอกาสทางธุรกิจจากการปรับเปลี่ยนวิธีการดำเนินธุรกิจและปรับปรุงสินค้าเพื่อเข้าสู่ยุค IoT มาตั้งแต่ปี 2543 โดยมีจุดเริ่มต้นที่ธุรกิจโทรคมนาคมและระบบศูนย์กลางการเก็บข้อมูล (Data Center) ที่เป็นส่วนของโครงสร้างพื้นฐานที่จะทำให้ IoT สามารถเป็นจริงได้ในวันนี้ และด้วย IoT นี้เราจะมีชีวิตและสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีขี้นในหลายรูปแบบ การใช้พลังงานจะมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงการใช้พลังงานทางเลือกจะมีความจำเป็นมากขี้น ซึ่งรวมถึงการที่เราจะมีสภาวะแวดล้อมที่ดีขี้น

ลักษณะโครงสร้างธุรกิจของบริษัทเดลต้าประเทศไทยและกลุ่มบริษัทเดลต้าในปัจจุบันได้ปรับเปลี่ยนเพื่อตอบสนองต่อการเจริญเติบโตของธุรกิจสู่ยุค IoT ดังปรากฏในภาพ



สำหรับธุรกิจสินค้าเพาเวอร์ซัพพลายและชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์นั้น เดลต้ามีลูกค้าที่เป็นบริษัทชั้นนำอยู่ในหลายๆ อุตสาหกรรมทั้งในภูมิภาคยุโรปและอเมริกา สินค้าที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์และเพาเวอร์ซัพพลายที่ใช้กับระบบศูนย์กลางการจัดเก็บข้อมูล และพัดลมนั้น จะยังเป็นตัวผลักดันสำคัญที่ทำให้บริษัทฯ มีการเจริญเติบโตทางธุรกิจทั้งในระยะสั้นจนถึงระยะยาว จากการเพิ่มลูกค้ารถยนต์รายสำคัญๆ และการเพิ่มรายการสินค้า โดยวิธีการนำสินค้าหลายชนิดมารวมกันเป็นสินค้าใหม่ทำให้บริษัทฯ มียอดขายต่อรถยนต์หนึ่งคันมากขี้น นอกจากนี้สินค้าที่เกี่ยวข้องกับพลังงานทางเลือกยังคงได้รับการวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพราะบริษัทฯ มีความเชื่อมั่นว่าสินค้าที่เกี่ยวข้องกับพลังงานทางเลือกจะเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งต่อธุรกิจ IoT ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในขณะนี้

สำหรับธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับ IoT นั้นบริษัทฯ ได้ใช้สินค้าหลากหลายของกลุ่มบริษัทเดลต้าเพื่อนำมาประกอบเป็นโซลูชั่นเพี่อใช้ในหลายภูมิภาคได้แก่ EMEA อินเดีย เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นิวซีแลนด์ และออสเตรเลีย โดยตลาดอินเดียนั้นหลังจากที่มีผลกระทบจากการยกเลิกธนบัตรในปี 2559 และเรื่องของการใช้ภาษีมูลค่าเพิ่มที่เกิดขึ้นในครึ่งปีหลังของปี 2560 อย่างไรก็ดี บริษัทฯ ยังคงมองว่าตลาดอินเดียเป็นตลาดที่มีการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่เอื้อประโยชน์ต่อธุรกิจแบบซื้อมาขายไปและธุรกิจโซลูชั่นที่เกี่ยวเนื่องกับ IoT ของเดลต้าเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ตลาด EMEA ยังมีการขยายตัวของยอดขายอย่างมาก ในขณะที่ตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก็กำลังเริ่มต้นที่จะมีการพัฒนาและเริ่มสร้างยอดขายได้อย่างชัดเจน

ในช่วงระยะเวลาหลายปีมานี้เป็นช่วงที่บริษัทฯ มีการเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างมากเนื่องจากเราได้มีการยกระดับความสามารถของทีมวิจัยและพัฒนา และทีมขายให้มีศักยภาพสูงขึ้น นอกจากนี้บริษัทฯ มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงการผลิตเป็นแบบ Smart Manufacturing เพื่อเข้าสู่ Industry 4.0 ซึ่งปรากฏเป็นรูปประธรรมให้เห็นในโรงงานของบริษัทฯ ทั้งที่มีอยู่ในปัจจุบันและที่กำลังจะมีขึ้นในอนาคตในหลายภูมิภาค

นอกจากนี้ คณะผู้บริหารของบริษัทฯ ได้เล็งเห็นว่าบรรษัทภิบาลและความรับผิดชอบต่อสังคมเป็นปัจจัยสำคัญอย่างยิ่งต่อการเจริญเติบโตทางธุรกิจอย่างยั่งยืน ดังนั้นเราจึงได้ริเริ่มโครงการขึ้นหลายโครงการ โดยการร่วมมือกับมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงหลายแห่งในประเทศไทย เพื่อเปิดโอกาสแบ่งปันประสบการณ์ด้านเทคนิคและวิสัยทัศน์บนเวทีโลกให้กับคนรุ่นใหม่ในประเทศ นอกจากนี้เรายังมีกิจกรรมที่เรียกว่า Delta Cup และ Angel Funds ซึ่งเป็นกิจกรรมที่สามารถตอบโจทย์สร้างเสริมการมีส่วนร่วมในการช่วยสังคมได้อย่างชัดเจน โดยรายละเอียดได้ปรากฏอยู่แล้วในเว็บไซต์ของบริษัท

และท้ายที่สุดนี้คณะผู้บริหารและคณะกรรมการของบริษัทรู้สึกซาบซึ้งต่อความกรุณาของคู่ค้าทางธุรกิจ ตลอดจนหน่วยงานราชการ คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน รวมไปถึงพนักงานทุกคนที่ช่วยกันนำพาให้บริษัทฯ นี้มีความแข็งแกร่งและเจริญเติบโตก้าวหน้าได้อย่างมั่นคงมาตลอด 30 ปีแห่งการดำเนินกิจการ ในขณะเดียวกัน บริษัทฯ ขอขอบพระคุณนักลงทุนที่มีความเชื่อมั่นต่อการดำเนินงานของบริษัทฯ มาโดยตลอด บริษัทฯ จะยังคงมุ่งมั่นดำเนินตามวิสัยทัศน์และเป้าประสงค์ที่จะช่วยให้มีการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และทำให้คุณภาพชีวิตของทุกคนดีขึ้นในโลกสีเขียวใบนี้ให้จงได้



เจมส์ อึ้ง
ประธานกรรมการ
ดิ๊ก เชีย
ประธานบริหาร

Follow us
© Copyright 2012 Delta Electronics (Thailand) Public Company Ltd. All Right Reserved.