เกี่ยวกับเดลต้า

การวิจัยและพัฒนา

ค่าใช้จ่ายด้านการวิจัยและพัฒนาเปรียบเทียบย้อนหลัง 5 ปี

  หน่วย 2556 2557 2558 2559 2560
ค่าใช้จ่ายด้านวิจัยและพัฒนาทั้งหมด ดอลลาร์สหรัฐ (ล้าน) 60.96 60.12 58.15 71.52 80.08
สัดส่วนค่าใช้จ่ายด้านวิจัยและพัฒนาเทียบกับยอดขาย % ของยอดขาย 4.5% 4.4% 4.2% 5.4% 5.5%

จำนวนพนักงานด้านวิจัยและพัฒนาในแต่ละศูนย์วิจัยและพัฒนา

ที่ตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนา 2556 2557 2558 2559 2560
Thailand* 359 333 313 353 341
Soest 170 175 175 172 161
Teningen 88 85 83 83 84
Switzerland 20 18 18 16 11
Finland & Poland 22 23 21 25 8
Hangzhou 45 44 49 48 71
Gurgaon 57 64 73 120 154
Romania 16 16 15 15 15
East Kilbride 13 15 15 16 21
จำนวนพนักงานรวม 790 773 762 848 866


หัวใจสำคัญของงานด้านวิจัยและพัฒนาในปี 2560 คือ การต่อยอดธุรกิจและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้านยานยนต์อิเล็กทรอนิกส์ ตลอดจนมุ่งเพิ่มประสิทธิภาพผลิตภัณฑ์ต่างๆ ให้เหมาะกับการใช้งานรูปแบบต่าง ๆ สำหรับกลุ่มลูกค้าที่หลากหลายขึ้น รวมถึงพัฒนาผลิตภัณฑ์ประหยัดพลังงานให้มีประสิทธิภาพและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

เพื่อคงความเป็นผู้นำตลาดด้านเทคโนโลยีประหยัดพลังงานและประสิทธิภาพผลิตภัณฑ์ รวมถึงเพื่อให้เข้าใจความต้องการของลูกค้าอย่างแท้จริง เดลต้าได้ลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่องในศูนย์วิจัยและพัฒนาที่กระจายอยู่ถึง 10 แห่งในทวีปเอเชียและยุโรป และเดลต้ายังร่วมมือกับมหาวิทยาลัยชั้นนำเพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมตามแนวคิดที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และเพื่อสร้างคนรุ่นใหม่ที่มีความสามารถในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่ใช้เทคโนโลยีอันทันสมัยและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

เดลต้าเชื่อมั่นว่าการทำงานอย่างใกล้ชิดกับลูกค้าจะช่วยให้เราสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ดีขึ้น โดยเดลต้าได้แลกเปลี่ยนและรับฟังมุมมองของลูกค้าหลักที่เป็นบริษัทชั้นนำระดับโลกด้านเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย และลูกค้ารายใหม่ในอุตสาหกรรมอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง ดังนั้น เราจึงมีโอกาสมากขึ้นในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีให้สามารถรองรับทั้งความต้องการของอุตสาหกรรมในปัจจุบัน และเตรียมพร้อมสำหรับความต้องการใหม่ๆ ในอนาคต

อย่างไรก็ตาม เดลต้ายังคงเป็นผู้นำอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา โดยเรายังคงให้ความสำคัญกับความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเช่นเดิมเพื่อเป็นส่วนสำคัญในการลดมลพิษให้โลกใบนี้


ผลิตภัณฑ์ที่ใช้กับระบบคอมพิวเตอร์เครือข่ายและระบบเก็บข้อมูล (Server Storage Networking - SNT)

 

AC/DC Power Shelf ที่ทำให้กับ open19.org
(19.2kW 50 fused 12Voutputs)


 

เส้นกราฟโค้งที่แสดงประสิทธิภาพการ
ทำงานเกินพิกัดของ All-Si PSUs
(6000W & 3000W variants)
โดยใช้ต้นทุนมาตรฐาน Mosfets
อย่างมีประสิทธิภาพ

ทีมวิจัยและพัฒนาของเดลต้าทั่วโลกได้สั่งสมความรู้และประสบการณ์ยาวนานหลายทศวรรษในการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพาเวอร์ซัพพลายที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงสำหรับลูกค้าที่เป็นบริษัทชั้นนำในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศ เครือข่าย และโทรคมนาคม ดังนั้น เราจึงสามารถนำความรู้ดังกล่าวมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์รูปแบบใหม่ๆ ได้เป็นอย่างดี เรามั่นใจว่าศักยภาพในการวิจัยและพัฒนาของเราจะทำให้เรายืนหยัดเป็นผู้ให้บริการโซลูชันได้อย่างครบวงจร

ในปี 2560 เดลต้าได้รับรางวัลพัฒนาออกแบบระบบการจัดการพลังงานแบบตู้เปิด (Power Shelf) หรือ Rack ขนาด 19 นิ้ว ตามมาตรฐานที่กำหนด ซึ่งสามารถรองรับเพาเวอร์ซัพพลาย (PSU) ขนาดเอาต์พุต 3200W/12V ได้ถึง 6 ตัว ซึ่งแต่ละเอาต์พุตจะถูกออกแบบให้มีการจำกัดกระแสไว้ อุปกรณ์นี้สามารถแยกกระแสเอาต์พุตได้เป็น 50 เอาต์พุตย่อย และแต่ละ เอาต์พุตสามารถจ่ายพลังงานเหมือนกับเพาเวอร์ซัพพลายขนาดเอาต์พุต400W โดยมีคุณสมบัติเช่นเดียวกับเพาเวอร์ซัพพลายแบบที่แปลงจากกระแสสลับเป็นกระแสตรง (AC/DC) เช่น PMBus Monitoring สวิตช์เปิด/ปิด ความสามารถที่จะถอดเข้าถอดออกจากตู้ หรือ Rack ในกรณีตัวใดตัวหนึ่งเสียหรือทำงานผิดปกติ โดยระบบยังทำงานได้ตามปกติและไม่มีการหยุดชะงัก (Hot-plug) และอุปกรณ์ควบคุมกระแสไฟและป้องกันไฟลัดวงจร เป็นต้น ทั้งนี้ อุปกรณ์ดังกล่าวจะสามารถใส่เพาเวอร์ซัพพลายได้ถึง 50 ตัวซึ่งมีขนาดสูงเท่ากับ 1U และสามารถนำไปติดตั้งใน Rack มาตรฐานได้ตามปรกติ และยังมีจุดเด่นที่สามารถจ่ายพลังงานแบบแยกส่วน (Distributed power architecture)

โดยมีการจัดระบบแบบโมดูล (Modular) หรือ จะจัดการระบบรวมพลังงานเข้าด้วยกัน โดยมีการควบคุมระบบจากศูนย์กลางเพื่อที่จะทำจ่ายพลังงานได้สูงขึ้น (High-power centralized architecture) นอกจากการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ซับซ้อนแล้ว เดลต้าได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพสูงสุด (Peak Efficiency) มากกว่าร้อยละ 98 ที่ให้เอาต์พุต 3000W และ 6000W และมีอัตราการจ่ายพลังงาน (Power density) มากกว่า 60W ต่อตารางนิ้ว สำหรับเพาเวอร์ซัพพลายแรงดัน 54V ยังใช้เทคโนโลยี Si-Mosfet แบบดั้งเดิม แต่ได้เพิ่มเทคนิคพิเศษในการควบคุมและปรับแต่งสัญญาณ (Modulation) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้สูงขึ้น โดยเทคโนโลยีพื้นฐานแบบนี้สามารถนำมาดัดแปลงหรือปรับเปลี่ยนให้ใช้ได้ตามความต้องการของลูกค้าอย่างรวดเร็วโดยเฉพาะกับผลิตภัณท์ที่มีมาตรฐานแพลตฟอร์มเดียวกันและได้ผลสำเร็จที่ดี

นอกเหนือไปจากความสามารถในการออกแบบเพาเวอร์ซัพพลายได้เป็นอย่างดีแล้ว ทีมวิจัยและพัฒนาของเดลต้ายังประสบความสำเร็จในการต่อยอดผลิตภัณฑ์ต่างๆ รวมถึงผลิตภัณฑ์สำหรับดาต้าเซนเตอร์ เช่น ชั้นวางเซริฟเวอร์ที่ประกอบด้วยแผงและตัวจ่ายไฟย่อยแบบถอดประกอบได้ เป็นต้น ทั้งนี้ ทีมวิจัยและพัฒนายังสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าโดยพัฒนาและนำเสนอโซลูชั่นเต็มรูปแบบให้เหมาะกับความต้องการของลูกค้าอย่างครบถ้วน


โซลูชันสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า (EV)

ในปี 2560 ทีมวิจัยและพัฒนาของเดลต้าได้นำอุปกรณ์แปลงไฟ DC/DC (DC/DC Converter) และชาร์จเจอร์ที่ใช้ในรถยนต์ไฟฟ้า (Onboard Charger) ออกสู่สายการผลิตเชิงพาณิชย์เรียบร้อยแล้ว และยังได้ปรับปรุงพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่แล้ว อาทิ อุปกรณ์ชุดเชื่อมต่อแบตเตอรี่ (Battery Junction Box) และชาร์จเจอร์ที่ใช้ในรถยนต์ไฟฟ้า (Onboard Charger) ให้เหมาะกับการใช้งานกับยานยนต์รูปแบบใหม่ๆ อีกด้วย สำหรับในปี 2561 ทีมวิจัยและพัฒนาของเดลต้าได้เริ่มพัฒนาต้นแบบตัวต้นแบบผลิตภัณท์แปลงไฟ DC/DC 2 รุ่น (2.5kW และ 3.7kW) และอุปกรณ์วัดละแสดงผลค่าการทำงานต่างๆในเวลาที่เชื่อมต่อกับ Battery Junction Box ซึ่งจะกลายเป็นมาตรฐานของรถยนต์ไฟฟ้าและใช้ได้ในหลายๆแพลตฟอร์ม

เดลต้ามุ่งขยายฐานลูกค้าโดยการต่อยอดและพัฒนาเทคโนโลยีปัจจุบันและปรับปรุงให้ตรงกับความต้องการที่หลากหลายของลูกค้าแต่ละราย ทั้งนี้ การที่เดลต้าสามารถผสมผสานเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่หลากหลายไว้ในอุปกรณ์หรือระบบเดียวทำให้เดลต้ากลายเป็นผู้นำด้านโซลูชันแบบองค์รวมอย่างแท้จริง

 

11kW On-Board-Charger โดยสามารถ
ปรับใช้ได้กับไฟฟ้าแบบ 1 เฟสและ 3 เฟสได้

ในปี 2560 เดลต้าได้เริ่มดำเนินโครงการใหม่ให้กับลูกค้าหลายโครงการ รวมถึงต่อยอดพัฒนาผลิตภัณฑ์ตัวเดิมอย่างต่อเนื่อง เช่น พัฒนา On-Board-Charger (OBC) ที่มีกำลังวัตต์หลายๆขนาด (กำลังไฟ 3.7kW 9.6kW และ 11kW) จากที่ทีมวิจัยและพัฒนาของเดลต้าได้ดำเนินการไปแล้ว โดยปัจจุบัน OBC รุ่นใหญ่ที่สุดสามารถใช้ได้กับไฟฟ้าแบบเฟสเดียวและ 3 เฟสในอเมริกา ยุโรป และเอเชีย และได้ออกแบบโดยใช้เทคโนโลยีแบบแยกส่วน (Modular Technology) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีพื้นฐานของเดลต้า อีกทั้งยังได้พัฒนา OBC ขนาด 800V/3.7kW สำหรับลูกค้ารายอื่นอีกด้วย

นอกจากนี้ เดลต้ายังได้พัฒนาและผลิตอุปกรณ์ควบคุมการอัดประจุแบบกระแสตรง (DC Charging Box) ตามมาตรฐานที่ใช้ในอเมริกา ยุโรป และเอเชีย (CHAdeMO และ GB/T) และจะได้พัฒนาอุปกรณ์ให้ได้หลากหลายขึ้นเพื่อรองรับแรงดันและกระแสไฟที่แตกต่างกันไป

เดลต้าได้พัฒนาเทคโนโลยีที่ใช้แพลตฟอร์มแบบแยกส่วนอย่างต่อเนื่องในหลายรูปแบบ เช่น การเพิ่มกำลังวัตต์จากโมดูล 3.7 kW จำนวน 3 ชิ้น เป็นโมดูล 7.4 kW จำนวน 3 ชิ้นเพื่อให้ได้กำลังไฟ 22 kW สำหรับแบตเตอรี่ยานยนต์แบบชาร์จเร็ว โดยโมดูลเหล่านี้เป็นนวัตกรรมล่าสุดในการประกอบชิ้นส่วนและองค์ประกอบอื่นๆ เข้าด้วยกันเพื่อให้ได้อัตราการจ่ายพลังงานตามความต้องการของลูกค้าและใช้เทคโนโลยีที่เชื่อถือได้


เพาเวอร์ซัพพลายออกแบบเฉพาะสำหรับงานอุตสาหกรรม/การแพทย์ (IM) และอุปกรณ์อัดประจุไฟสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (IEV)

 

Wireless Charger: Vertically mounted
primary and secondary coils


Sinewave Converter

ในปี 2560 ทีมวิจัยและพัฒนาของเดลต้าได้สร้างสรรค์นวัตกรรมที่หลากหลายเพื่อส่งต่อผลิตภัณฑ์คุณภาพที่คุ้มค่าและคุ้มราคาให้กับลูกค้าสำหรับการใช้งานเชิงอุตสาหกรรมและการแพทย์ อาทิ ระบบอัตโนมัติสำหรับโรงงานอุตสาหกรรม เครื่องจักรกลและหุ่นยนต์ เทคโนโลยีการอัดประจุไฟ เครื่องอัลตราซาวด์ เครื่องช่วยหายใจและเครื่องฟอกไต เป็นต้น

การใช้เทคโนโลยีชั้นสูงเพื่อผลิตและควบคุมกำลังไฟทำให้ เดลต้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เสถียร มีประสิทธิภาพ ใช้งานได้หลากหลาย และเชื่อถือได้ให้กับลูกค้าของเรา

ทีมวิจัยและพัฒนาของเดลต้าได้ออกแบบชาร์จเจอร์ไร้สายขนาด 1kW และจะเริ่มผลิตในเชิงพาณิชย์ในปี 2561 โดยลูกค้าและตลาดให้การตอบรับผลิตภัณฑ์นี้เป็นอย่างดีจากการทดลองใช้งาน นอกจากนี้แล้ว ทีมวิจัยและพัฒนาของเดลต้ายังคาดว่าจะได้ออกแบบและผลิตชาร์จเจอร์แบบไร้สายขนาด 30kW และ 20kW สำหรับรถฟอร์คลิฟท์อีกด้วย

ผลงานอื่น ๆ ของทีมวิจัยและพัฒนาของเดลต้ายังรวมถึงอุปกรณ์แปลงไฟแบบไซน์เวฟ (Sinewave Converter) ซึ่งเป็นเพาเวอร์ซัพพลายที่แปลงไฟฟ้ากระแสตรงและกระแสสลับได้อย่างต่อเนื่อง และมีคุณสมบัติสำคัญคือ สามารถทำการควบคุมได้ทั้งแบบเชิงเส้น (Linear) และแบบต่อเนื่อง (Continuous) ในช่วงแรงดันเอาต์พุตตั้งแต่ 0-100% ทำให้อุปกรณ์นี้สามารถใช้งานได้ทุกที่ทั่วโลก อีกทั้งอุปกรณ์นี้ยังมีประสิทธิภาพสูงสุดที่ 98% และมีขนาดเล็ก

สำหรับในอุตสาหกรรมอื่น ๆ ทีมวิจัยและพัฒนาของเดลต้าก็ได้ออกแบบเพาเวอร์ซัพพลายอีกหลายรูปแบบ เช่น เพาเวอร์ซัพพลายสำหรับระบบบำบัดน้ำ เครื่องพิมพ์ 3D ขนาดใหญ่ ระบบควบคุมอุณหภูมิที่ต้องการความแม่นยำสูง (สำหรับการฟอกเลือด) และ ตัวขับมอเตอร์ เป็นต้น


การวิจัยและพัฒนาสำหรับตลาดในอินเดีย

ทีมวิจัยและพัฒนาของเดลต้าในอินเดีย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของทีมวิจัยและพัฒนาของเดลต้า (ประเทศไทย) ได้พัฒนาศักยภาพและเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อสร้างความเชี่ยวชาญให้ได้รอบด้านขึ้น

การพัฒนาเครื่องเพิ่มแรงดันไฟฟ้าสำหรับระบบไฟฟ้าขนาดใหญ่ (Megawatt Range Power Converter) ถือเป็นความชำนาญหลักของทีมวิจัยและพัฒนาในอินเดีย โดยทีมได้ออกแบบและพัฒนาระบบแปลงไฟขนาดใหญ่ที่สามารถใช้ได้ในหลายรูปแบบโดยเน้นในเรื่องของการใช้พลังงานทดทแทน เช่น ระบบพลังงานทดแทนที่ใช้ลม พลังงานแสงอาทิตย์ ระบบควมคุมคุณภาพของพลังงาน ระบบการกักเก็บพลังงานแบบสองทิศทาง (Bi-directional Converter System) เป็นต้น

ประสบการณ์ด้านการติดตั้ง PVI Base ตั้งแต่ขนาด 65MW ถึง 1MW ที่ยาวนานของทีมวิจัยและพัฒนาของเดลต้าในอินเดีย และความใส่ใจพัฒนาโซลูชันให้ได้ตามความต้องการของลูกค้าเป็นพื้นฐานสำคัญที่ทำให้เดลต้าสามารถรองรับความต้องการของอุตสาหกรรมผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ขนาดใหญ่ได้เป็นอย่างดี และในปี 2560 เดลต้าได้ประสบความสำเร็จในการผลิตอินเวอร์เตอร์ประสิทธิภาพสูง D-3000 PV Inverter ขนาด 3MW แรงดัน 1000V และออกแบบตามมาตรฐาน IP65 ซึ่งกำหนดมาสำหรับผลิตภัณท์ที่ใช้งานนอกอาคาร และสามารถให้กำลังวัตต์สูงสุดอย่างต่อเนื่องโดยไม่มีลดกำลังวัตต์ (Power De-rating) แม้ว่าจะทำงานที่อุณหภูมิ 55 องศาเซลเซียส และมีระบบชดเชยพลังพลังงานในเวลากลางคืน (Reactive Power Pompensation) และมีคุณสมบัติพิเศษอื่น ๆ เช่น Passive Anti-PID ป้องกัน Over Load Capability และรับข้อมูลสภาพอากาศได้ด้วย

ในปี 2560 ทีมวิจัยและพัฒนากลุ่มผลิตภัณฑ์ Power Quality Compensating Equipment (PQCE) ของอินเดียได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ 6MVAR/25kV SVG/APF สำหรับการใช้งานในสถานีขับเคลื่อนรถไฟฟ้า (Traction Substation) ร่วมกับทีม High Power Railway Traction (HPRT) ในเซี่ยงไฮ้ ซึ่งเป็นการเสริมสร้างศักยภาพของทีมงานในอินเดียไปอีกขั้น ทำให้สามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อรองรับระบบแรงดันต่ำ 33/35kV สำหรับ 30 ระบบได้โดยไม่ต้องใช้หม้อแปลงไฟในขบวนการออกแบบเพื่อทำให้มีประสิทธิภาพสูง

ทีมวิจัยและพัฒนาของอินเดียยังได้พัฒนาอุปกรณ์แปลงไฟสองทิศทางสำหรับระบบกักเก็บไฟฟ้า (Bi-directional Converter for Battery Energy Storage Systems - BESS) เพื่อใช้งานร่วมกับแบตเตอรีของเดลต้าในระบบกักเก็บและสำรองไฟ โดยอินเวอร์เตอร์นี้ได้ผนวกระบบจัดการพลังงานไว้ด้วย และยังมีฟังก์ชัน อื่นๆ เช่น การปรับความเสถียร (Smoothing) ตลอดจนปรับพีค (Peak Shave/Shift) และปรับความถี่ในขันพื้นฐาน (Primary Frequency Regulation) เป็นต้น และทีมงานในอินเดียจะใช้ความสำเร็จนี้เป็นพื้นฐานเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์อื่น ๆ สำหรับระบบไฟฟ้าขนาดเล็ก (Micro-grid) ต่อไป


ระบบจ่ายไฟสำหรับอุตสาหกรรมโทรคมนาคม (Telecom Power Systems - TPS)

บริษัทในธุรกิจโทรคมนาคมต้องอาศัยนวัตกรรมและวิธีการลดต้นทุนอย่างต่อเนื่องเพื่อให้สามารถแข่งขันและเป็นผู้นำในตลาด พร้อมไปกับการผลักดันโซลูชันที่หลากหลายออกสู่ท้องตลาดเพื่อรองรับการขยายฐานธุรกิจ 4G อีกด้วย

ดังนั้น ทีมวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ TPS ของเดลต้าในอินเดียจึงได้พัฒนาอุปกรณ์เรียงกระแสไฟฟ้า (Rectifier) หลายรูปแบบให้เหมาะกับความต้องการที่หลากหลายของลูกค้าทั่วโลก และได้พัฒนาโซลูชันแบบผสม (Combo Power Solution) ที่รองรับการแปลงกระแสไฟทั้งแบบ AD/DC และแบบ DC/AC ในการแปลงครั้งเดียว (Hybrid Conversion) โดยผลิตภัณฑ์นี้สามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายของลูกค้าได้เป็นอย่างดี และยังช่วยประหยัดพื้นที่ในการติดตั้งอีกด้วย

กลุ่มผลิตภัณฑ์อินเวอร์เตอร์รุ่นใหม่ของเดลต้านอกจากจะมีประสิทธิภาพสูงแล้วยังมีขนาดเล็ก เช่น 300 VA ถึง 4500 VA เพื่อรองรับการใช้พลังงานที่หลากหลาย


โซลูชั่นสำหรับระบบสำรองไฟฟ้า (MCIS Solutions)

เดลต้าอินเดียได้พัฒนาอุปกรณ์สำรองไฟขนาดกลางและใหญ่ที่ใช้แบตเตอรีลิเทียม ไอออนออกมาหลายรุ่นเพื่อให้ลูกค้ามีแหล่งพลังงานที่เสถียรและประหยัดเนื้อที่ซึ่งเหมาะกับการใช้งานในพื้นที่จำกัด เช่น ดาต้าเซ็นเตอร์ เป็นต้น

การผสมผสานเทคโนโลยีด้านการจัดการอาคาร (BMS) ทำให้ลูกค้าสามารถใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนยังสามารถติดตามข้อมูลการใช้งานได้อย่างต่อเนื่องทางออนไลน์หรืออุปกรณ์มือถือต่าง ๆ ได้
ซอฟท์แวร์ระบบอัตโนมัติอุตสาหกรรม

ทีมวิจัยและพัฒนาของเดลต้าในอินเดียได้เริ่มสร้างศักยภาพด้านซอฟท์แวร์ทำให้สามารถต่อยอดพัฒนาซอฟท์แวร์ระบบอัตโนมัติอุตสาหกรรม (IA) ที่ทันสมัยได้ โดยซอฟท์แวร์ที่พัฒนาขึ้นใหม่นี้จะเป็นโครงสร้างและแพลตฟอร์มมาตรฐานสำหรับใช้งานกับผลิตภัณฑ์ต่างๆ ในกลุ่มนี้

แพลตฟอร์มเวอร์ชันแรกที่จะออกสู่ท้องตลาดในปี 2561 จะเป็นระบบที่ช่วยให้ลูกค้าสามารถออกแบบ จัดการ จำลอง รวมถึงติดตามและวิเคราะห์โซลูชันด้านอุตสาหกรรมที่มีอุปกรณ์ต่างๆ ของเดลต้าเป็นองค์ประกอบ ทั้งนี้ สมรรถนะดังกล่าวจะช่วยผลักดันให้เเดลต้าก้าวข้ามจากการเป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนไปเป็นผู้สร้างสรรค์โซลูชั่นแบบองค์รวมในธุรกิจระบบอัตโนมัติอุตสาหกรรมได้เป็นอย่างดี

แพลตฟอร์มนี้ได้รับการพัฒนาโดยใช้มาตรฐานต่างๆ เช่น OPC-UA รวมถึง PLCOpen และเทคโนโลยี IIoT เพื่อให้สามารถใช้งานกับแพลตฟอร์มลักษณะเดียวกันหรือคล้ายคลึงกันที่มีอยู่ในตลาดแล้วหรืออยู่ระหว่างการพัฒนา และสามารถใช้งานร่วมกับซอฟท์แวร์จัดการกระบวนการผลิตอื่นๆ ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน เช่น MES และ PLM & ERP


ทิศทางในอนาคต

ทีมวิจัยและพัฒนาของเดลต้าในอินเดียมีแผนจะพัฒนานวัตกรรมในด้านต่างๆ อย่างต่อเนื่อง เช่น อุปกรณ์แปลงไฟกำลังสูง และอุปกรณ์กักเก็บและเปลี่ยนรูปแบบพลังงาน เป็นต้น และจะเพิ่มความสามารถด้านการพัฒนาซอฟท์แวร์ ตลอดจนพัฒนาศักยภาพใหม่ๆ เพิ่มเติม เช่น การประยุกต์ใช้อุปกรณ์แปลงไฟกำลังสูงในรูปแบบต่างๆ ซึ่งรวมถึงการใช้งานในระบบกริดไฟฟ้าขนาดเล็ก ระบบแปลงไฟ (PCS) และการใช้งานลักษณะอื่นๆ ด้วย

สำหรับการวิจัยและพัฒนาด้านไฟฟ้ากำสูงได้เริ่มต่อยอดไปยังการใช้งานสำหรับการขับเคลื่อนรถไฟฟ้า (Traction power) แล้ว และในปีหน้าจะเริ่มผลิตอุปกรณ์แปลงไฟแบบออนบอร์ด (Onboard power converter) สำหรับการขับเคลื่อนรถไฟฟ้าเป็นครั้งแรกในอินเดีย โดยอุปกรณ์ดังกล่าวจะประกอบด้วย อุปกรณ์แปลงไฟ (Auxiliary Power Converter) กำลังไฟ 130 kVA 3 ตัวและอุปกรณับเคลื่อน (Main Propulsion) ขนาด 4.5 MW สำหรับลูกค้า Indian Railways ทั้งนี้เดลต้ามองว่าการพัฒนาดังกล่าวเป็นการลงทุนที่สำคัญและเป็นพื้นฐานในการขยายธุรกิจนี้ต่อไปในอนาคต

นอกจากนี้แล้ว ทีมงานวิจัยและพัฒนาในอินเดียยังมีแผนพัฒนาชาร์เจอร์แรงดัน 48V-120V สำหรับยานยนต์ไฟฟ้าภายใต้โครงการ “All EV by 2030” อีกด้วย เนื่องจากเล็งเห็นว่าการพัฒนาศักยภาพและเทคโนโลยีด้านการขับเคลื่อนยานยนต์ไฟฟ้าและซอฟท์แวร์ที่เกี่ยวข้องจะช่วยผลักดันให้ธุรกิจของเดลต้าสามารถเติบโตได้เป็นอย่างดีตามเป้าหมายทางธุรกิจ โดยทีมงานวิจัยและพัฒนาในอินเดียจะร่วมกับศูนย์วิจัยและพัฒนาอื่นๆ ของเดลต้าทั่วโลกเพื่อพัฒนศักยภาพและสร้างสรรค์นวัตกรรมอย่างไม่หยุดยั้งเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับองค์กรอย่างยั่งยืน


อุปกรณ์เพาเวอร์ซัพพลายมาตรฐานสำหรับอุตสาหกรรม (Standard Industrial Power Supplies)

ในปี 2560 ทีมวิจัยและพัฒนา IPS ในไทยประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ในกลุ่มนี้ เช่น CliQ M 24V/40A สำหรับใช้งานกับผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม DIN rail โดยผลิตภัณฑ์ CliQ M เป็นเพาเวอร์ซัพพลายแบบตัวเดียวใช้ไฟ 1 เฟสที่ใช้ในโซลูชันระบบไฟฟ้ากำลังสูง นอกจากนี้ ยังได้เพิ่มผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม DIN Rail Chrome Series อีกหนึ่งรุ่นที่ผ่านมาตรฐาน IEC60335 เดลต้าสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่หลากหลายได้เป็นอย่างดีด้วยความมุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพและมาตรฐานที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่อยู่ในราคาที่เหมาะสม ดังนั้น เดลต้าจึงได้รับการยอมรับจากลูกค้าทั่วโลกเพราะเราเข้าใจความต้องการของตลาดที่แตกต่างกันอย่างแท้จริง

ทีมวิจัยและพัฒนากลุ่ม IPS ได้นำเพาเวอร์ซัพพลายสำหรับ LED ออกสู่ตลาด เช่น กลุ่ม LNE ที่ได้เพิ่มผลิตภัณฑ์รุ่นกำลังไฟสูงถึง 320W เพื่อให้ลูกค้ามีทางเลือกที่หลากหลายขึ้น และกลุ่ม LNV ที่สามารถใช้งานกันแรงดันไฟได้กว้างขึ้นระหว่าง 180Vac ถึง 528Vac และสามารถเชื่อมต่อได้หลายวิธี (เช่น L-L หรือ L-N) และเหมาะกับกับใช้งานทั้งในและนอกอาคาร เป็นต้น ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่หลากหลายขึ้นถือเป็นการเพิ่มตัวเลือกให้กับลูกค้าได้อย่างแท้จริง

ในขณะเดียวกัน เดลต้ายังได้พัฒนาเพาเวอร์ซัพพลายสำหรับอุปกรณ์การแพทย์ให้มีขนาดเล็กลง เช่น รุ่น MEB-1K2A และ MEU-600C ที่มีขนาดเพียง 5”x8”x1.59” ทำให้ใช้พื้นที่ติดตั้งน้อยมาก และถือเป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่เดลต้าภาคภูมิใจนำเสนอให้ลูกค้า

ในปี 2561 เดลต้าตั้งเป้าหมายจะพัฒนาผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม DIN Rail สำหรับโซลูชันที่ใช้กับระบบไฟฟ้าพลังงานลม (Wind Power) อย่างต่อเนื่อง โดยจะนำผลิตภัณฑ์ใหม่ออกสู่ตลาด อาทิ ไฟ LED สำหรับผลิตภัณฑ์กลุ่ม Panel Mount รวมถึงผลิตภัณฑ์กลุ่ม PJL และ PJH ที่ได้ปรับโฉมกรอบใหม่และผ่านมาตรฐานระดับสากล เป็นต้น ทั้งนี้ จากการที่แบรนด์เดลต้าได้รับการยอมรับที่ดีขึ้นจากตลาดทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง เราจะสามารถเพิ่มยอดขายในกลุ่มผลิตภัณฑ์เพาเวอร์ซัพพลายอุตสาหกรรมได้อย่างต่อเนื่องเช่นกัน


© Copyright 2012 Delta Electronics (Thailand) Public Company Ltd. All Right Reserved.